[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
linkเว็บ

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
กสศ. จับมือ กทม. ปิดช่องว่างทางการศึกษา ป้องกันปัญหาเด็กหลุดนอกระบบ  VIEW : 38    
โดย แทน

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 163
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 10
Exp : 31%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 209.97.175.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์์ ที่ 20 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565 เวลา 10:50:26    ปักหมุดและแบ่งปัน



19 พฤษภาคม 2565 ruayกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร แถลงความร่วมมือปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ด้วยหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ผ่านการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดสรรทุนเสมอภาค ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนสังกัด กทม. หลังพบสถิติว่าเป็นพื้นที่ที่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศถึง 2 เท่า พร้อมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา เพื่อแก้ปัญหากรณีเร่งด่วน ป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษา ในปีการศึกษา 2565 นี้
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า วิกฤตปัญหาโรคโควิด-19 ได้ตอกย้ำให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนสูงที่สุดในประเทศไทย
จากการสำรวจค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของเด็กนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่ามีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาเฉลี่ย 37,257 บาทต่อคนต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 17,832 บาทต่อคนต่อปี หรือสูงกว่า 2 เท่า และหากเปรียบเทียบภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของเด็กที่มาจากครัวเรือนยากจน ร้อยละ 10 ล่างสุดของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 6,600 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่ครัวเรือนที่รวยที่สุดร้อยละ 10 บนสุดของกรุงเทพฯ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 78,200 บาทต่อคนต่อปี จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันถึง 12 เท่า ทั้งนี้ ตัวเลขเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นคุณภาพการศึกษาที่นักเรียนกลุ่มยากจนและกลุ่มที่มีฐานะดีมีโอกาสได้รับแตกต่างกัน
ดร.ไกรยส ชี้ว่า หลังจากที่ กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ 5 หน่วยงานต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังขยายสู่สังกัด กทม. ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการสร้างหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพฯ โดย กสศ. ได้ร่วมมือกับสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร วางระบบเพื่อคัดกรองสถานะความยากจน และใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมทั้งประกอบการพิจารณาสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ที่ กสศ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล
“การร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการและเชื่อมต่อฐานข้อมูลจากสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพฯ เพื่อนำไปสู่การสนับสนุนทุนการศึกษาจากแหล่งอื่น การทำงานภายใต้เครือข่ายความร่วมมือทั้งหมด มีเป้าหมายเพื่อยกระดับอัตราการเข้าเรียนของเด็กปฐมวัยและวัยเรียน รักษาอัตราคงอยู่ของนักเรียนเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสการศึกษาต่อสูงกว่าภาคบังคับทั้งในและนอกระบบ ตามศักยภาพของผู้เรียนให้สูงขึ้น” ดร.ไกรยสกล่าว
ทางด้านนายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เผยข้อมูลนักเรียนสังกัดกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ในภาคเรียนที่ 2/2564 พบว่ามีนักเรียนที่ออกจากระบบการศึกษา จำนวน 434 คน โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งทำให้เกิดความยากจนซ้ำซ้อน ด้วยเหตุนี้ สำนักการศึกษากรุงเทพฯ จึงได้ร่วมมือกับ กสศ. ระดมพลังคุณครู สำนักงานเขต และชุมชน ในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน คัดกรอง ติดตามข้อมูลนักเรียนทั้งหมด 261,160 คน จากทั้งหมด 437 โรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาให้ได้กลับมาเรียนต่ออีกครั้ง พร้อมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ เพื่อเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เด็กมากขึ้น
“สำหรับกรณีเร่งด่วน ได้ร่วมมือกับ กสศ.? ดำเนินงานเชิงรุกผ่าน “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กรุงเทพฯ” เพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตทางการศึกษา จนอาจเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเสมอภาค” นายเกรียงไกรชี้
นอกจากนี้ สำนักการศึกษากรุงเทพฯ ยังกำลังเตรียมพัฒนาความร่วมมือกับ กสศ. ให้ครอบคลุมทุกมิติในการทำงานด้านเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา เพื่อให้การศึกษาได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น และยกระดับกรุงเทพฯ? ให้เป็นมหานครที่มีความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบกรณีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-079-5475 ต่อ 0 และ 065-506-9574 และ 065-506-9352 ระหว่างเวลา 09.00 - 18.00 น. ทุกวันทำการ